วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การตัดต่อวีดีโอ

การตัดวีดีโอส่วนที่ไม่ต้องการออก แล้วสร้างเป็นไฟล์ใหม่ที่เหลือเฉพาะส่วนที่ต้องการ และการสร้างไฟล์วีดีโอใหม่ จากไฟล์วีดีโอหลาย ๆ ไฟล์ที่นำมารวมกันเป็นไฟล์เดียว เพื่อให้เล่นได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดโปรแกรมขึ้นมา คลิกปุ่ม Set Source หรือ Start new project แล้วคลิกปุ่ม Add file เลือกไฟล์ที่ต้องการตัดส่วนที่ไม่ต้องการ ออก หรือไฟล์ที่จะนำมารวมเป็นไฟล์เดียวกัน

หลังจากที่เลือกไฟล์เข้ามาแล้ว ก็จะปรากฏเฟรมต่าง ๆ ของวีดีโอ

การตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก

  • Set as start frame กำหนดเป็นเฟรมเริ่มต้นสำหรับการตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก
  • Move to start frame เป็นการย้ายตัวชี้ไปที่เฟรมแรกของคลิปวีดีโอ
  • Set as end frame กำหนดเป็นเฟรมสุดท้ายสำหรับการตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก
  • Move to end frame เป็นการย้ายตัวชี้ไปที่เฟรมสุดท้ายของคลิปวีดีโอ
  • Cut ตัดส่วนเฟรมที่ได้กำหนดไว้ออก
  • Edit menu เมนูของการตัดวีดีโอ

ขั้นตอนในการตัดนั้น อันดับแรก ต้องกำหนดจุดเริ่มต้นของเฟรมที่จะตัดออก หรือจะไม่ตัดออกก่อน แล้วเลื่อนสไลด์บาร์ไปยังจุดสิ้นสุดที่จะตัดออก แล้วกำหนดจุดสิ้นสุด หากต้องการตัดส่วนที่กำหนดไว้ ก็ให้คลิกปุ่ม Cut

แต่หากต้องการตัดส่วนที่ไม่ได้กำหนดไว้ออก เช่น กำหนดเฉพาะส่วนกลางของคลิปที่ต้องการเอาไว้ แล้วตัดส่วนเริ่มต้นของคลิกและส่วนสุดท้ายของคลิปออก ก็จะต้องเลือก Edit menu เพื่อเลือกหัวข้อตัดส่วนที่ไม่ได้กำหนดเอาไว้ นั่นเอง

ขั้นตอนการตัดวีดีโอ
  1. เลือกจุดที่ต้องการตัดออก
  2. คลิก Set as start frame กำหนดเป็นจุดเริ่มต้น แถบสีม่วงจะเริ่มต้น ณ จุดที่กำหนดเป็นจุดเริ่มต้น สีม่วงนี้คือขอบเขตที่จะตัดออก
  1. ลือกจุดสุดท้ายที่จะตัด
  2. คลิก Set as end frame เพื่อกำหนดเป็นจุดสิ้นสุด
  3. คลิกปุ่ม Cut เพื่อตัดส่วนที่กำหนดเอาไว้ออก

เมื่อคลิกปุ่ม Cut ส่วนที่กำหนดไว้ก็จะถูกตัดออก

แต่ในกรณีที่กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายเอาไว้ เพื่อเหลือไว้เพียงจุดที่กำหนดเอาไว้ และตัดส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้กำหนดออกให้หมด ให้คลิกปุ่ม Edit menu แล้วเลือก Cut the unselected ranges จะเป็นการตัดส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้กำหนดเอาไว้ ออกให้หมด

ในขั้นตอนการตัดวีดีโอนั้น เมื่อคลิกปุ่ม OK แล้วก็จะกลับมาที่หน้าต่าง Set Source อีกครั้ง เมื่อต้องการต่อคลิปวีดีโออื่น ๆ ให้เป็นไฟล์เดียวกันกับคลิปวีดีโอที่มีอยู่แล้ว คลิกปุ่ม Add file เพื่อเลือกไฟล์วีดีโอที่ต้องการต่อ แล้วหากต้องการตัดต่อก็ให้ทำตามขั้นตอนการตัดต่อเหมือนกับที่ได้อธิบายมา แล้ว
เมื่อเพิ่มไฟล์เสร็จแล้ว คลิกปุ่ม Output หลังจากที่เข้าสู่หน้าต่าง Output แล้ว คลิกปุ่ม Output setting เพื่อกำหนดรูปแบบไฟล์ผลลัพธ์ว่าจะออกมาในรูปแบบใด
ในส่วนของ Output target นั้น กรณีที่ต้องการเพียงแค่ต่อไฟล์วีดีโอให้เป็นไฟล์เดียวกัน ให้เลือก Common MPEG file แต่หากต้องการเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น ให้เลือกรูปแบบที่ต้องการ

Output stream type ให้เลือก System (VIdeo + Audio) จะเป็นการสร้างไฟล์ .mpg ที่มีทั้งภาพและเสียง แล้วคลิกปุ่ม OK

ช่อง File name ให้ตั้งชื่อไฟล์ที่ต้องการ

ในขั้นตอนการแปลงวีดีโอนั้น หากต้องการให้ทำงานอย่างรวดเร็ว แนะนำให้ปิดการแสดง preview คือ คลิกขวาในหน้าต่าง preview แล้วเลือก Preview frequency -> No preview

เมื่อสิ้นสุดการประมวลผลแล้ว จะให้เครื่องอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร หรือต้องการ Shutdown ก็กำหนดได้ ด้วยการเลือกเมนู Process end action ให้เลือก None หากไม่ต้องการให้เครื่องทำอะไร หรือ เลือก Shutdown เพื่อให้เครื่อง Shutdown
คลิกปุ่ม Start output เพิ่มเริ่มต้นการแปลงไฟล์วีดีโอให้เป็นไฟล์เดียวกัน หรือสร้างไฟล์ใหม่ที่ได้ตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกแล้ว
โปรแกรมกำลังทำงานพร้อมกับแสดงข้อมูลต่าง ๆสิ้นสุดการแปลงไฟล์วีดีโอ ก็จะได้ไฟล์วีดีโอที่มีเฉพาะส่วนที่ต้องการหรือไฟล์วีดีโอที่ได้ทำการต่อไฟล์กันแล้ว


อยากจะเอาไฟล์ในแผ่นดีวีดีหรือวีซีดี ของเราที่ถ่ายมาดัดแปลงเก็บไว้ดูเล่น ไม่ว่าจะถ่ายมาจากกล้อง มือถือ หรือ แหล่งอื่่นๆ ก็สามารถดัดแปลงได้ทุกชนิดไฟล์ละครับ เพราะปัจจุบันมีโปรแกรมเมอร์ เก่งๆ จึงมีโปรแกรมที่มีความสามารถสูง และ อีกอย่างเป็นโปรแกรมฟรีแวร์ หรือ ทดลองใช้งาน ซึ่งหาง่ายตามอินเตอร์เน็ต ทดลองทำเล่นๆ กันดูไม่แน่นา อนาคตอาจเป็นมือโปรก็ได้ ใครจะรู้ละครับท่าน
อันดับแรกเลยมาทำความเข้าใจชนิดของนามสกุลไฟล์หลักๆ ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ไฟล์ข้อมูล ไฟล์ภาพมีหลายนามสกุลเช่น .JPG,.GIF,.BMP ไฟล์เสียง เช่น .WAV,.MP3 ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวหรือภาพยนตร์ เช่น .AVI,.MPEG1,.MPEG2,.MOV ในตอนนี้เราจะมาเจาะลึกกับการนำไฟล์ไปใช้กับแผ่น วีซีดี และ ดีวีดี ...วีซีดี หรือมีชื่อเต็มว่า Video Compact Disc มีความหมายคือการนำไฟล์ข้อมูลที่ได้มาบันทึกลงหรือแปลงลงในแผ่นซีดี ซึ่งไฟล์ที่บันทึกลงในแผ่นก็คือไฟล์ชื่อ MPEG1 นั่นเอง วีซีดีโดยทั่วไปจะโดนบีบอัดแบบ MPEG1 ลงสู่แผ่นซีดี มีคุณภาพเสียงในระดับสเตริโอ การแสดงภาพของวีซีดีบนโทรทัศน์จะชัดกว่่าบนจอคอมพิวเตอร์ เพราะความถี่ของการแสดงผลบนจอภาพของโทรทัศน์ต่ำกว่าจอคอมพิวเตอร์ จึงทำให็เป็นผลดีกับการแสดงภาพที่แตกหรือไม่ละเอียดของวีซีดี

ไม่มีความคิดเห็น: